มีเว็บสองหน้าที่มีข้อความเท่ากัน แต่หน้าแรกอ่านสบาย ส่วนอีกหน้าอ่านแล้วเหนื่อยมาก เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคำอย่างเดียว แต่อยู่ที่ Cognitive Load
ฉันมอง chang222 ด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า ในแต่ละช่วงของหน้า ผู้ใช้ต้องจำอะไรไว้ในหัวบ้าง
ถ้าอ่านหัวข้อหนึ่งแล้วต้องจำศัพท์ 3 คำ
เลื่อนลงไปเจอสถานะอีก 4 แบบ
แล้วต้องย้อนกลับไปดูว่าปุ่มก่อนหน้านี้หมายถึงอะไร
แบบนี้สมองกำลังถูกใช้เป็น RAM ให้เว็บไซต์
เว็บไซต์ที่ออกแบบดีควรรับภาระนั้นไปแทนคน
ฉันชอบแนวทางที่ chang222 แยกข้อมูลใหญ่ ๆ ออกจากกัน เช่น เรื่องเว็บไซต์อยู่ใน **หน้าเกี่ยวกับเรา** ส่วนบทบาทของคนเขียนก็แยกไปยัง ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียบเรียง เพราะช่วยลดการอธิบายเรื่องเดียวหลายบริบท
แต่สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากกว่าการแบ่งหน้า คือ “ภายในหนึ่งหน้าแบ่งความคิดอย่างไร”
ย่อหน้าหนึ่งควรมีหน้าที่เดียว
กล่องหนึ่งควรสื่อเรื่องเดียว
ปุ่มหนึ่งควรบอกผลลัพธ์หลังคลิกได้พอสมควร
ถ้าการ์ดเดียวมีทั้งสถานะ คำอธิบาย ป้ายกิจกรรม ไอคอนหลายชุด และข้อความรองอีกสองบรรทัด คนจะไม่ได้ข้อมูลมากขึ้น แต่กลับต้องคัดว่าอะไรสำคัญเอง
อีกเรื่องที่ฉันมองค่อนข้างลึกคือ choice architecture
เวลามีตัวเลือกมาก เว็บไซต์ควรช่วย “ลด” ทางเลือก ณ จุดนั้น ไม่ใช่โชว์ทุกอย่างพร้อมกันเพื่อพิสูจน์ว่ามีเยอะ
ผู้ใช้ใหม่อาจต้องการ “เริ่มจากภาพรวม”
ผู้ใช้เดิมอาจต้องการ “ไปจุดเดิมทันที”
ถ้า UI รองรับสองแบบนี้ได้โดยไม่บังคับให้ทุกคนเดินเส้นทางเดียว ถือว่าระบบคิดมาดี
จุดที่ฉันชอบคือเนื้อหาของ chang222 พยายามอธิบายด้วยภาษาคนมากกว่าภาษาเทคนิค แต่ในระยะต่อไปควรระวังคำอธิบายที่ยาวเกินความจำเป็น เพราะ Natural Content ไม่ได้หมายถึงต้องอธิบายทุกอย่าง
บางครั้งคำสองคำที่ถูกตำแหน่งดีกว่าย่อหน้าห้าบรรทัด
สำหรับฉัน เว็บไซต์ที่ใช้ง่ายคือเว็บไซต์ที่ทำให้คน “ลืมไปเลยว่ากำลังเรียนรู้วิธีใช้มัน”
ถ้าต้องคิดน้อยลง แต่เข้าใจมากขึ้น นั่นคือการลด Cognitive Load ที่ได้ผลจริง